ข่าวการศึกษา
ศธ.ผนึกกำลังช่วยประชาชนสู้วิกฤติโควิด-19
       เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตมากขึ้นนั้น น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ มีความห่วงใยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง และพี่น้องประชาชน ได้สั่งการให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กระทรวงศึกษาธิการ (ศบค.ศธ.) ประสานผนึกกำลังทุกหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมมือให้ความช่วยเหลือ ทำให้โรงเรียนหรือสถานศึกษาเป็นที่พึ่งของประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 โดยอนุญาตให้ใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียนในสังกัดที่ยังไม่ได้ใช้จัดการเรียนการสอน เป็นโรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลสนามสำรอง โรงพยาบาลสนามและสถานที่กักตัว สถานที่พักคอย สถานที่แวะเข้าห้องน้ำ หน่วยคัดกรอง (Swab) เพื่อให้ได้รับการดูแลเบื้องต้น และรอการจัดหาเตียงเข้ารักษาในโรงพยาบาลหลักในพื้นที่ ซึ่งสามารถช่วยคัดแยกผู้ติดเชื้อลดอัตราการเสียชีวิตและการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้ความเห็นชอบของชุมชนและโรงเรียน
      สำหรับความคืบหน้าในการช่วยเหลือประชาชนและสังคม ของหน่วยงานใน ศธ.พบว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีการอนุญาตใช้อาคารสถานที่ในสถานศึกษาเพื่อทำเป็นโรงพยาบาลสนามและสถานที่กักตัวหรือสถานที่พักคอยในชุมชน รวมถึงหน่วยบริการด้านสาธารณสุข รวมทั้งสิ้น 510 โรงเรียน แบ่งเป็น โรงพยาบาลสนาม 57 โรง โรงพยาบาลสนามสำรอง 12 โรง โรงพยาบาลสนามและสถานที่กักตัว 16 โรง สถานที่กักตัว 281 โรง  สถานที่พักคอย 134 โรง สถานที่แวะเข้าห้องน้ำ 9 โรง หน่วยคัดกรอง (Swab) 1 โรง และ 2 ค่ายลูกเสือ ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 12,358 เตียง
     สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีสถานศึกษาในสังกัดที่ใช้พื้นที่เป็นโรงพยาบาลสนามและสถานที่กักตัวหรือสถานที่พักคอย รวมถึงหน่วยบริการด้านสาธารณสุข รวมทั้งสิ้น 21 แห่ง แบ่งเป็น โรงพยาบาลสนาม 7 แห่ง และสถานที่กักตัวหรือสถานที่พักคอย จำนวน 14 แห่ง ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มีสถานศึกษาในสังกัดที่ใช้พื้นที่เป็นโรงพยาบาลสนามและสถานที่กักตัวหรือสถานที่พักคอย รวมถึงหน่วยบริการด้านสาธารณสุข รวมทั้งสิ้น 57 แห่ง แบ่งเป็น โรงพยาบาลสนาม 5 แห่ง สถานที่กักตัว 51 แห่ง และสถานที่พักคอยในชุมชน จำนวน 1 แห่ง
    และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) มีสถานศึกษาที่จัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนามหรือศูนย์พักคอยในชุมชน รวมทั้งสิ้น 97 แห่ง แบ่งเป็น โรงพยาบาลสนาม 5 แห่ง จำนวน 107 เตียง สถานที่กักตัว 8 แห่ง จำนวน 84 เตียง และศูนย์พักคอยในชุมชน 84 แห่ง จำนวน 670 เตียง รวมแล้วสามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 861 เตียง
    ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ส่วนกลาง) ได้มีการจัดเตรียม หอพักสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (หอพัก สกสค.) ซึ่งตั้งอยู่ภายในกระทรวงศึกษาธิการ เตรียมพร้อมเป็นสถานที่ในการดูแล ช่วยเหลือ กักตัว และดูอาการของบุคลากร/ครอบครัว ศธ. ที่ติดเชื้อโควิด-19 ตามนโยบายของ รมว.ศธ.โดยหอพัก สกสค.จะเป็นสถานที่นำร่องด้านศูนย์พักคอยในชุมชน (Community Isolation Center : CIC) ของ ศธ. ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้นด้านกายภาพ พบว่าจำนวนห้อง จำนวนเตียง ระบบระบายอากาศ มีความพร้อมพอสมควร  โดยจะมีการปรับปรุงเล็กน้อยเพื่อให้ได้มาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ก่อนเปิดให้ความช่วยเหลือต่อไป...

ที่มา ข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์
       อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/news/99481/

ระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์
เอกสารเผยแพร่ทั่วไป


reo1-newรายงานข้อมูลสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการจัดทำแผนบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาค (ภาคกลาง)
77 reo2 3002564Plan reo2 2502564 InspectPlan 2502564 PlanREO2Inspect001 250
ข้อมูลการตรวจราชการ
ข้อมูลการประเมิน ITA
ITA2021 400