ข้อมูลงานวิจัย ศธภ.๒ สนับสนุนแนวทางการประเมิน O-Net

650 118889120

         รองศาสตราจารย์ประวิต เอราวรรณ์ ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค ๒ นำเสนอผลงานวิจัยของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๒ ต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เรื่อง การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต โดยมีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าเป้าหมายอาชีพในกลุ่มโรงเรียนที่มีอัตราแข่งขันสูงพื้นที่กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ จำนวน ๕๐ โรงเรียน และจำนวนนักเรียน ๑๒,๗๘๖ คน พบว่า เมื่อเด็กสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้วความต้องการของนักเรียนที่ต้องการมีอาชีพแตกต่างไปจากเดิม และอาชีพส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นอาชีพที่มีการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย เช่น นักออกแบบเกม นักร้อง จิตกร ยูทูบเบอร์ นักเขียนการ์ตูน เป็นต้น อาชีพเหล่านี้เป็นอาชีพที่ไม่สามารถวัดด้วยผลคะแนนได้ แต่เราจะต้องสร้างตัวชี้วัดสำหรับการเรียนการสอนในห้องเรียนมากกว่า ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ จะถูกนำมามาพิจารณาและวิเคราะห์ดูว่า ทางออกในการสอบโอเน็ตจะอยู่ในรูปแบบไหนและมีแนวทางใดที่เหมาะสมกับการวัดผลและประเมินของนักเรียนมากที่สุด
20200907 001[Download]

       นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมเรื่องการสอบโอเน็ตร่วมกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ว่า ที่ประชุมได้นำเสนอผลงานวิจัยของสำนักงานศึกษาธิการภาค 2 เรื่องเป้าหมายอาชีพในกลุ่มโรงเรียนที่มีอัตราแข่งขันสูงพื้นที่กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ จำนวน 50 โรงเรียน และจำนวนนักเรียน 12,786 คน พบว่า เมื่อเด็กสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว ความต้องการของนักเรียนที่อยากจะมีอาชีพแตกต่างไปจากเดิม และอาชีพส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นอาชีพที่มีการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ จะนำผลการวิจัยดังกล่าวให้บอร์ด สทศ.พิจารณาหาทางออกเรื่องการสอบโอเน็ตจะเป็นในรูปแบบใดที่เหมาะสมกับความต้องการประกอบอาชีพของเด็กในยุคปัจจุบันที่กว้างมากขึ้น เช่น นักออกแบบเกม นักร้อง จิตรกร ยูทูบเบอร์ นักเขียนการ์ตูน เป็นต้น ซึ่งเป็นอาชีพที่ไม่สามารถวัดด้วยผลคะแนน

      “ผมมอบให้ สทศ.ไปหารือแนวทางแก้ปัญหาการสอบโอเน็ตที่เหมาะสม จากนั้นให้นำกลับมารายงานให้รับทราบปลายเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งมีแนวโน้มการสอบโอเน็ตระดับชั้น ม.6 ยังมีความจำเป็นต่อการเข้ามหาวิทยาลัย ส่วนการสอบโอเน็ตของเด็กม.3 และ ป.6 อาจจะคงไว้หรือยกเลิกไปเลยก็ได้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเรื่องนี้ภายในต้นเดือน ต.ค.และหากมีการเปลี่ยนแปลงการสอบโอเน็ตก็จะนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป” นายณัฏฐพลกล่าว

      รศ.ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล ประธานคณะกรรมการดำเนินงานทีแคส กล่าวว่า หาก ม. 6 ไม่ได้สอบโอเน็ตในปีนี้จะกระทบระบบทีแคส ในรอบแอดมิชชัน 1 เพราะจะมีบางคณะ/สาขา กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำว่าจะต้องได้คะแนนสอบโอเน็ตไว้ด้วย รวมทั้งกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) และรอบแอดมิชชัน 2 เพราะใช้คะแนนโอเน็ต 30% มาเป็นองค์ประกอบในการคัดเลือก ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าต้องแจ้งนักเรียนล่วงหน้า 3 ปี ทั้งนี้ ทาง ทปอ.คิดไว้แล้วว่าในปี 2566 จะไม่มีการนำคะแนนสอบโอเน็ตมาใช้เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการคัดเลือกเข้าอุดมศึกษา เพราะ สพฐ. ได้เกริ่นกับ ทปอ.ว่าจะเปลี่ยนวิธีการสอบ โดยจะเป็นการสอบแบบสุ่มแทน ซึ่ง ทปอ.วางแผนไว้แล้วว่า จะมีหรือไม่มีการสอบโอเน็ตก็ตาม ก็จะไม่ใช้โอเน็ตเป็นองค์ประกอบในการคัดเลือกในระบบทีแคสแล้ว โดยจะใช้คะแนน 9 วิชาสามัญแทน

     ที่มา https://www.thairath.co.th/news/local/1927851

          10 ก.ย. 63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการหารือ เรื่อง การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ร่วมกับ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ว่า ที่ประชุมได้นำเสนอผลงานวิจัยของสำนักงานศึกษาธิการภาค 2 เรื่องเป้าหมายอาชีพในกลุ่มโรงเรียนที่มีอัตราแข่งขันสูงพื้นที่กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ จำนวน 50 โรงเรียน และจำนวนนักเรียน 12,786 คน พบว่า เมื่อเด็กสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้วความต้องการของนักเรียนที่ต้องการมีอาชีพแตกต่างไปจากเดิม และอาชีพส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นอาชีพที่มีการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย  เช่น นักออกแบบเกม นักร้อง จิตกร ยูทูบเบอร์ นักเขียนการ์ตูน เป็นต้น ซึ่งอาชีพเหล่านี้เป็นอาชีพที่ไม่สามารถวัดด้วยผลคะแนนได้ แต่เราจะต้องสร้างตัวชี้วัดสำหรับการเรียนการสอนในห้องเรียนมากกว่า  
           นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) จะนำผลวิจัยดังกล่าว มาพิจารณาและวิเคราะห์ดู ว่า ทางออกในการสอบโอเน็ตจะอยู่ในรูปแบบไหน และมีแนวทางใดที่เหมาะสมกับการวัดผลและประเมินของนักเรียนมากที่สุด เพราะขณะนี้เราต้องยอมรับ ว่า องค์ประกอบของการสอบโอเน็ตสามารถสะท้อนให้เห็นคุณภาพในเรื่องใดได้หรือไม่ ดังนั้นเราไม่ควรหลอกตัวเอง เนื่องจากความต้องการของเด็กในยุคปัจจุบันกว้างมากขึ้น ในอดีตเด็กจะมองภาพการทำงานในอนาคตจากพ่อแม่และครูเท่านั้น แต่ทุกวันนี้เด็กสามารถค้นหาข้อมูลด้วยตนเองจากโลกออนไลน์ อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเรื่องนี้ภายในต้นเดือนตุลาคมและหากมีการเปลี่ยนแปลงการสอบโอเน็ตก็จะนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป
           “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ส่งผลกระทบให้การเรียนการสอนต้องปรับเปลี่ยนไป ดังนั้นการวัดผลและประเมินนักเรียนก็จะต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วย โดยผมมอบให้ สทศ.ไปหารือแนวทางแก้ปัญหาการสอบโอเน็ตที่เหมาะสม จากนั้นให้นำกลับมารายงานให้ผมรับทราบปลายเดือนกันยายนนี้ ซึ่งผมยังไม่อยากเคาะว่าการสอบโอเน็ตจะยกเลิกหรือไม่ แต่แนวโน้มการสอบโอเน็ตระดับชั้นม.6 ยังมีความจำเป็นต่อการเข้ามหาวิทยาลัย ส่วนการสอบโอเน็ตของเด็กม.3 และ ป.6 อาจจะคงไว้หรือยกเลิกไปเลยก็ได้”รมว.ศธ. กล่าว  

ที่มา https://www.thaipost.net/main/detail/77062

ระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์
เอกสารเผยแพร่ทั่วไป


reo1-newรายงานข้อมูลสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการจัดทำแผนบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาค (ภาคกลาง)
77 reo2 3002563 250 CoverPlanREO2Finish
ข้อมูลการตรวจราชการ

Form2020 50000 ReportInspection2563 R01 200

ข้อมูลการประเมิน ITA
ITA2020 Reo2 400